NSTHAI Logo สอบถาม/สั่งซื้อสินค้า: ไอคอนโทรศัพท์ 02-9657588, 081-8465426, 099-3202012

วิธีการเลือกซื้อ แผงโซล่าเซลล์ (Solar Cell)

ก่อนอื่นเริ่มต้นต้องเข้าใจก่อนว่าคำว่า "โซล่าร์เซล หรือ โซล่าเซลล์ หรือ โซลาร์เซลล์ (แล้วแต่จะเขียน)" นั้น มี 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ โซล่าเซลล์สำหรับผลิตไฟฟ้า ที่เรียกว่า Solar PV และ โซล่าเซลล์สำหรับผลิตความร้อนที่เรียกว่า Solar Collector หรือ Solar Heater ซึ่งมักเอาไปใช้ทำน้ำอุ่นตามบ้านในประเทศที่เป็นเมืองหนาว

แผงโซล่าเซลล์ บ้างก็เรียกว่า solar module บ้าง solar panel บ้าง เซลล์แสงอาทิตย์บ้าง หรือที่เรียกว่า เซลล์สุริยะ แต่ก็เอาล่ะจะเรียกอะไรอย่างไรก็ช่าง เข้าใจตรงกันเป็นใช้ได้ล่ะ ว่ามันคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแปลงพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วชาร์จลงแบตเตอรี่ก่อนจะนำมันไปใช้อีกที

โซล่าเซลล์ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

I. โซล่าเซลล์สำหรับผลิตไฟฟ้า (Solar PV)

คือ เป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงพลังงานแสงนั้นเป็นไฟฟ้า แล้วจึงนำไฟฟ้าที่ได้ไปชาร์จลงแบตเตอรี่ แล้วจึงจ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่อไป สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องซื้อ (สำหรับบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้) สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือตัว แผงโซล่าเซลล์ (Solar panel)

แต่ละยี่ห้อในตลาดนั้นไม่ค่อยมีความแตกต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งเนื้อเซลล์จริงๆ แล้วผลิตมาจากไม่กี่แห่งในโลก เพียงแต่ไปประกอบขึ้นรูปที่ไหนเท่านั้นเอง ราคาจึงแตกต่างกันไปบ้างตามแบรนด์ แต่การทำงานโดยทั่วไปแต่ละยี่ห้อไม่ค่อยแตกต่างกัน

แผงโซล่าเซลล์ Amorphous

1.1 แผงแบบ Amorphous

แผงโซล่าเซลล์ที่ไวแสงที่สุดคือแผงชนิดนี้ มีความไวแสงสูงสามารถทำงานได้แม้แต่ฝนตก คุณสมบัติความไวแสงนี้จึงถูกใช้ในเครื่องคิดเลขซึ่งสามารถรับได้กระทั่งแสงจากหลอดไฟนีออนตามบ้าน

แผงโซล่าเซลล์ Crystalline

1.2 แผงแบบ Crystalline

แผงโซล่าเซลล์แบบนี้มีทั้ง Mono Crystalline และ Poly Crystalline คือ แผงชนิดผลึกเดี่ยวและ ผลึกผสมตามลำดับ บางทีก็เรียกว่า Single Crystalline กับ Multi Crystalline ซึ่งมันก็คือแผงโซล่าเซลล์แบบทั่วๆไปที่เห็นๆกันเกลื่อนตลาด ร้อยละ 90 ของแผงโซล่าเซลล์ที่ใช้กันอยู่จะเป็นชนิดนี้ โดยแบบ Mono crystalline จะมีราคาแพงกว่าเล็กน้อยหรือเท่าๆกันกับแบบ Poly crystalline และมีประสิทธิภาพดีกว่าเล็กน้อย

แผงโซล่าเซลล์ Super Amorphous

1.3 แผงแบบ Super Amorphous

ที่จริงควรจะเรียกว่าเป็น Amorphous Triple Junction จะถูกต้องกว่า แผงโซล่าเซลล์ชนิดใหม่ที่ได้รวบรวมเอาข้อดีของ Amorphous และ Crystalline มาไว้ด้วยกัน มีความไวแสงสูงมาก (สูงกว่าแบบ Amorphous) และกินพื้นที่มากกว่า Crystalline เพียงเล็กน้อย และก็ใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงร่วมกับแบบ Crystalline ได้ และยังมีคุณสมบัติพิเศษอันน่าทึ่งอีกหลายประการ เช่น ม้วนได้, น้ำหนักเบามาก, เสียหายยากมาก, ทนทานต่อลูกเห็บ หรือแม้แต่ลูกปืนยิงทะลุก็ยังทำงานได้

II. โซล่าเซลล์สำหรับผลิตน้ำอุ่น (Solar Water Heater)

คือ เป็นแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงพลังงานแสงนั้นเป็นความร้อน และถ่ายเทให้กับน้ำในแท้งค์ที่ติดอยู่กับแผงโซล่าเซลล์เพื่อผลิตน้ำอุ่นใช้งานในบ้าน

เนื่องจากในประเทศไทยมีผู้นำเข้าสิ่งประดิษฐ์นี้มากมาย แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างมากในการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำร้อนพลังแสงอาทิตย์นี้ คือ "วัสดุที่ใช้ทำแท้งค์" ราคาที่มีในท้องตลาดนั้นมีตั้งแต่ 1-2 หมื่นบาท จนเป็นแสน ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ความทนทานซึ่งต้องว่ากันในระยะยาว บางเครื่องอาจใช้งานได้เพียง 1-2 ปี แท้งค์อาจจะรั่วเนื่องจากสภาพน้ำในบ้านเราไม่สะอาดมากนัก และแดดที่แรงจัดไม่เหมือนกับประเทศต้นทางที่ผลิต สิ่งสำคัญที่สุดจึงต้องมองเรื่อง วัสดุ มากกว่าราคาครับ

ทีมงาน NS