เราแนะนำใช้รุ่น TRAF170/10W เป็นรุ่นที่ออกแบบมาได้ลงตัวที่สุดครับ อันที่จริงแล้วจำนวนหลอดที่มากกว่า 170 อาจจะไม่ได้หมายความว่ามันจะสว่างกว่าเสมอไป เนื่องจากจะมีการหน่วงหรือดึงพลังงานไปใช้กระจายตัวกันออกไป แต่ละหลอดก็ไม่ได้สว่างเท่าที่ควรจะเป็น แต่เนื่องจากเหตุผลทางธุรกิจจึงทำให้บริษัทต้องออกแบบไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์ออกมาหลายๆ รุ่นเพื่อเป็นตัวเลือก แต่ Traf170/10W จะเป็นโมเดลที่เสถียรที่สุดครับ
ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีตึก หรือต้นไม้บังแสงแดด เพื่อให้แผงได้รับพลังงานได้เต็มที่ครับ หากติดตั้งในจุดที่อาจจะไม่โดนแดดทั้งวัน เช่น ช่วงบ่ายมีเงาตึกข้างๆ ทาบทับลงบนแผงโซล่าเซลล์ นั่นอาจเป็นผลให้ได้รับพลังงานไม่เต็มที่ ความสว่างและระบบการสำรองไฟก็จะไม่เต็มที่เช่นกันครับ
รุ่น TRAF165/10W: จะมีหลอด LED 170 หลอด
ใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 10W ใช้แบตเตอรี่ 12AH
รุ่น TRAF230/10W: จะมีหลอด LED 230 หลอด
ใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 10W ใช้แบตเตอรี่ 12AH
มีครับ นอกจากไฟกระพริบโซล่าเซลล์แล้ว ทางบริษัทก็ยังมีไฟกระพริบที่เป็นระบบ AC 220V. จำหน่ายด้วยครับ
ในสภาวะแสงแดดปกติ จะไม่แตกต่างกันครับ
แต่ในสภาพที่ฝนตกมากๆ รุ่นที่ใช้แผง 5W อาจจะสว่างน้อยลงบ้าง
ในขณะที่รุ่น 10W จะทำงานได้เสถียรกว่า
เนื่องจากมีขนาดแผงโซล่าเซลล์และแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่า
การชาร์จและการสำรองไฟจึงทำได้ดีกว่าครับ
- รุ่นที่ใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 5W จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 12V /
7.8 AH
- รุ่นที่ใช้แผงโซล่าเซลล์ขนาด 10W จะใช้แบตเตอรี่ขนาด 12V /
12 AH
โคมไฟกระพริบโซล่าเซลล์มี 2 ขนาด คือ 200 mm. และ 300 mm. หากจะถามว่าขนาดไหนดีกว่ากันนั้น ขอแนะนำให้เป็นขนาด 300 mm. ครับ เพราะมีหน้าเลนส์ที่ใหญ่กว่า สามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าในระยะไกลครับ
มี 2 สี คือ สีเหลือง กับ สีแดง ครับ ส่วนมากตามถนนทั่วไปจะนิยมไฟกระพริบที่เป็นสีเหลืองครับ
ขาของโคมมี 2 แบบ คือ
1. แบบขาจับ:
ต้องเจาะรูที่เสาแล้วใช้น็อตในการยึดติด
2. แบบเหล็กตัว U รัดเสา:
สามารถเอาขาของโคมไปคล้องกับเสาและยึดน็อตล็อคให้แน่นได้เลย
ไม่ต้องเจาะเสาครับ
โดยปกติเสาไฟจราจรกระพริบ หรือเสาของป้ายเตือนต่างๆ จะมีความสูงอยู่ที่ 3 เมตร ครับ
ยังทำงานได้ตามปกติครับ ไฟกระพริบโซล่าเซลล์ของบริษัทเราได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้ในทุกสภาวะอากาศ และมีอัตราการสำรองไฟในกรณีที่ฝนตกติดต่อกันหลายๆ วันได้อย่างเพียงพอ โดยไม่มีปัญหาไฟดับแต่อย่างใดครับ